2026-04-03
HaiPress

รมว.ยุติธรรม พบพิรุธปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งไปคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี ยัน โรงกลั่นน้ำมันไม่เกี่ยว สั่ง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ด้าน "ยุทธนา" ชี้ จงใจประวิงเวลาขนส่ง ความผิดร้ายแรงวันนี้ (3 เม.ย.2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยดำเนินการ 2 ส่วน คือ การจับปลายทางปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ตรวจสอบต่อเนื่องไปจนถึงต้นทางคลังน้ำมัน และอีกส่วนได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบต้นทางตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันมายังปั๊มน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาตรวจพบการกระทำความผิด และจับกุมหลายราย เช่น กรณีที่ จ.อ่างทอง จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และยังตรวจพบการกักตุนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า กรณีที่ จ.สุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบต้นทาง พบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปยังคลังน้ำมัน 6 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไปบางส่วน โดยมีน้ำมันไปถึงปลายทาง 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไป 57 ล้านลิตร
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า เราจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำกรณีของจ.สุราษฎร์ธานี มาตรวจสอบการขนถ่ายทางทะเล ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนเอกสารต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยจะดูทั้งปริมาณคงคลัง และการเดินทางที่ใช้เวลาเกินความจำเป็น โดยจะให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ และดำเนินการต่อไป
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะตั้งวอร์รูมที่ดีเอสไอและจะรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันทุกระบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศมีปริมาณเท่าใด โดยจะรายงานตัวเลขต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนโรงกลั่นน้ำมันได้ตรวจสอบระบบเอกสาร และพิสูจน์ทราบภายในถังน้ำมันแล้ว ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน โดยมีน้ำมันคงเหลือในถังเพียงส่วนที่ไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรคำ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พฤติการณ์การกระทำผิดมีหลายลักษณะ ทั้งน้ำมันหายกลางทะเลหรือลักลอบส่งออก ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่สิ่งที่มีมูลความผิดชัดเจน คือการกักตุนน้ำมัน เพราะกฎหมายห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่าย ชะลอ หรือประวิงการขนส่ง โดยการพบความผิดปกติของระยะเวลาเดินทาง เข้าข่ายการประวิงเวลาการขนส่ง ถือเป็นพฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเข้าเงื่อนไขในการรับเป็นคดีพิเศษได้ และส่วนอื่นจะขยายผลต่อไป เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว สามารถตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมบูรณาการ ยืนยันว่าจะทำเต็มที่
อ่านข่าว :
“ศบก.” แถลงห่วงคนไทย หลัง “อิหร่าน” ขู่โจมตี บริษัท สหรัฐฯ ใน “อิสราเอล”
3 เม.ย. "ดีเซล" ขึ้นอีก 3.50 บาท ราคาขายพุ่ง 47.74 บาท/ลิตร
นายกฯ ซัดขบวนการลักน้ำมันขายกัมพูชา ปัดรัฐอุ้มนายทุน ยัน ครม.ไร้ประโยชน์ทับซ้อน